วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552

ทอง (Gold) อมตะหนังแอ็กชั่นของ อาหลอง



คราวนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นหนังของบ้านเราบ้างครับถ้าเป็นหนังแอ็กชั่นเราก็ต้องนึกถึงชื่อของ ฉลอง ภักดีวิจิตร แน่นอนเพราะการันตีได้เลยว่ามันส์สุดๆเพราะถือได้ว่าเป็นผู้ที่อยู่ในแวดวงการหนังไทยมาตั้ง57ปีแล้ว (ตั้งแต่พ.ศ.2493นะครับ ผมยังไม่เกิดเลย 55+) แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังทำหนังอยู่จนถึงปัจจุบันนี้
ครั้งนี้ผมก็จะเอาผลงานที่ถือว่าเป็น 1ในสุดยอดผลงานที่ ฉลองได้ทำมานั่นก็คือ "ทอง" ได้ว่า เป็นการร่วมงานของนักแสดงชื่อดังในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีดาราจากอเมริกามาร่วมแสดงด้วยครับ
เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการปล้นบนเครื่องบินของกองบินตำรวจไทยซึ่งได้ขนทองจำนวนมหาศาลเพื่อไปช่วยเหลือเวียดนามใต้ และการติดต่อก็ได้หายไปหลังจากนั้น ทำให้รัฐบาลไทยกับสหรัฐได้ตัดสินใจจัดตั้งทีมปฏิบัติการพิเศษเพื่อไปชิงเครื่องบินกลับมาโดยได้มอบหมาย ฮิลส์ (เกร็ก มอร์ริส) เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการซึ่งจะต้องรวบรวมผู้มีฝีมืออีก 4 นาย ซึ่งก็มี ชาติ (สมบัติ เมทะนี) นักโทษข้อหาฆ่าภรรยาตัวเอง อดีตทหารผ่านศึกเกาหลี , ศาสตรา (กรุง ศรีวิไล) นักแข่งรถอดีตทหารรถถังผู้เชี่ยวชาญเครื่องยนต์กลไกและชื่นชอบการพนัน , ชินทาโร (ดามพ์ ดัสกร) นักพนันผู้มีฝีมือการใช้มีด และ จางเฟย์ (กฤษณะ อำนวยพร) เจ้าของมอเตอร์ไซด์ติดปืนกล ทั้ง 4 ได้ทำการโดดร่มเข้าสู่ชายแดนลาว-เวียดนาม เพื่อไปพบสมาชิกคนที่ 6 ซึ่งเป็นผู้หญิงครับ (55+ จะบอกทำไม) นามว่า ซูผิง (มิสถัม ทุย ฮั่ง ) สายลับที่สวยและอันตราย ทั้ง 6 คนได้เข้าโจมตีค่ายของศัตรูอย่างราบคาบเพื่อหาข่าว จากนั้นก็ได้เดินทางไปยังสนามบินของพวกเวียตกงซึ่งเป็นจุดที่เครื่องบินเป้าหมายไว้ระหว่างทางได้มาพบกับ ร้อยตำรวจโทหญิง จันทร์แรม (อโนมา ผลารักษ์) กับ ทองอร (ดลนภา โสภี) ซึ่งได้เดินทางเพื่อสืบหาคนที่ฆ่าพ่อแม่ของทองอร จึงได้ร่วมทางไปด้วยกัน แม้จะต้องถูกจับ ฝ่าดงกระสุน การระแวงกันเอง หรือการหักหลัง สุดท้ายก็สามารถชิงเครื่องบินขนทองกลับมาได้สำเร็จ
ถือได้ว่าเป็นหนังที่ได้นักแสดงชื่อดังมากๆๆในสมัยนั้น อาทิ สมบัติ เมทะนี,กรุง ศรีวิไล, อโนมา ผลารักษ์ และที่สุดยอดที่สุดคือการได้นักแสดงชาวอเมริกันผู้ซึ่งโด่งดังจากละครชุด เรื่อง ขบวนการพยัคฆ์ร้าย (Mission impossible) เกร็ก มอร์ริส ซึ่งมาสวมบท เป็น ฮิลส์ หัวหน้าชุดจู่โจมพิเศษในครั้งนี้ ซึ่งดูเป็นผู้นำทีดี และ ตัดสินใจได้เด็ดขาด แม้จะดู กวนๆ ไปหน่อย (ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม) และที่เป็นดาราจากละครเรื่อง MI นี้ทำให้หนังยังแอบเอาเพลงเปิดไปใส่ในหนังเลย (55+)
อีกคนหนึ่งที่จะพูดถึงก็คือคนที่รับบทเป็นซูผิง สายลับสาวสวย คนนี้ก้คือ มิส ถัม ทุย ฮั่ง ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากเพราะว่าเธอเป็นนักแสดงที่มีฝีมือมากและเป็นดาราที่สวยสุดๆ เพราะพอผมไปดูประวัติของเธอนั้นเขาว่าตอนหลังโดนจับ (ในตอนนั้นเวียตนามมีสงครามอยู่) แต่ภายหลังได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ถ้าเวียตนามไม่มีความขัดแย้งกัน เธอก็ยังเป็นดาวจรัสแสง แห่งวงการหนังเวียดนามได้เลยครับ
ส่วนนักแสดงสมทบผมชอบ กฤษณะ ครับเรื่องนี้เล่นได้เท่มากครับ ขี่มอเตอร์ไซด์ยิงศัตรูตลอดทั้งเรื่อง และไม่อยู่ห่างจากมอเตอร์ไซด์คันนั้นเลย
ขอให้มีความกับการดูหนังนะครับ

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2552

Shanghai Knights : ฟัดครั้งใหม่ ณ เมืองผู้ดี




กลับมาแล้วคร้าบ หลังจากได้เล่าเรื่อง Shanghai Noon ไปแล้วคราวนี้ตามสัญญาครับ ก็จะเอาภาคต่อมาเล่าให้ฟังซึ่งมีชื่อว่า Shanghai Knights หรือ คู่ใหญ่ฟัดทลายโลก

การกลับมาครั้งนี้ก็เริ่มต้นที่พระเอกของเรา จางเหวิน (เฉินหลง) อดีตราชองครักษ์จากจีนซึ่งคราวนี้ได้ตัดสินใจปักหลักใช้ชีวิตเป็นนายอำเภอเมืองคาร์สัน ซิตี้ ซึ่งก็เป็นชีวิตที่สงบสุข แต่สงบได้ไม่นานเขาก็ได้รับข่าวจากน้องสาวของเขา จางหลิน (ฟานน์ หว่อง) ว่าพ่อของเขาถูกลอบสังหารโดยพวกกบฎและได้หลบหนีไปยังประเทศอังกฤษ ดังนั้นจางเหวินจึงตัดสินใจไปยังอังกฤษเพื่อชำระแค้นครั้งนี้ แต่ก่อนหน้านั้น เขาจึงได้ไปที่ริตซ์โฮเต็ล นิวยอร์ค เพื่อไปเอาเงิน(ซึ่งนั่นก็คือทองที่จะไปไถ่ตัวองค์หญิงในภาคแรก)ที่รอย โอแบนน่อนเพื่อนซี้ ได้เอาไปลงทุนแต่ว่ารอยนั้นกลับเอาไปลงทุนกับนิยายผจญภัยเรื่องใหม่ที่เขาแต่งขึ้นจนหมดตัวแต่เขาก็ยินดีที่จะร่วมมือกับจางเหวินในการภารกิจครั้งนี้ ทั้งสองจึงได้เดินทางสู่ อังกฤษ ดินแดนผู้ดี มีหอนาฬิกา บิ๊กเบน อันลือชื่อ


ทั้งสองได้เดินทางมาถึงลอนดอน ก็ได้พบกับอาร์ตี้ (โธมัส ฟิชเชอร์) นักสืบสกอตแลนด์ยาร์ดฝีมือดีและก็เจ้าหนูชาร์ลี (แอรอน จอห์นสัน) เด็กจรจัดผู้ชำนาญด้านการขโมย และทั้ง 4 ก็ได้ช่วยกันสืบเรื่องราวต่างๆ จนได้มาพบกับหลินอีกครั้งซึ่งกำลังตกเป็นผู้ต้องหา(ถูกใส่ความมา)ที่ทางการต้องการตัว ซึ่งครั้งนี้จางเหวินก็ต้องลำบากใจอีกเมื่อน้องสาวกลับมีใจให้ รอย และรอยก็แอบชอบหลินอยู่เหมือนกัน ก็เลยพยายามหาทางกันน้องสาว ไม่ให้เพื่อนจอมหลีอย่างรอยอยู่ด้วยกันสองต่อสอง (55+ แหม ก็มีน้องสาวสวยอย่างนี้แหละน้า)



การสืบหาตัวฆาตกรนั้นก็สุดแสนลำบากยาเย็นไม่ว่าจะต้องปลอมตัวไปเป็นแขกในงานของราชวงศ์การเอาตัวรอดสารพัดต่างๆนาๆ ทำให้พวกเขาได้ไปพัวพันถึงแผนสังหารราชวงศ์ ที่มี ลอร์ด แร็ธโบน ขุนนางผู้สืบเชื้อสายราชวงศ์ที่มีความทะเยอทะยานในการครองราชบัลลังก์ที่พร้อมจะกำจัดทุกคนที่ขวางทางเขาพร้อมด้วยหวู่ชาง (ดอนนี่ เยน) หัวหน้ากบฎนักมวยอดีตขุนนางที่ถูกไล่ออกจากราชสำนักผู้มีฝีมือในการต่อสู้ ซึ่งได้สมคบคิดกับท่านลอร์ดในแผนสังหารนี้ด้วย ทำให้จางเหวิน กับ รอยต้องรีบหาทางขวางไม่ให้แผนการลอบสังหารนี้สำเร็จลงได้


















แม้จะเป็นภาคต่อแต่ก็ยังคงรักษาความมันส์ที่เคยมีจากภาคแรกอยู่ได้อย่างดี และมีการอัดมุขแบบตลกฝรั่งเยอะเหมือนกันเช่นฉากตะลุมบอนกับโจรที่ตลาดในอังกฤษ และที่สุดยอดที่สุดก็คือฉากที่ทั้งสองโหนบนหอนาฬิกาบิ๊กเบน ทำให้ผมนึกถึงฉากคล้ายๆกันนี้ในเรื่อง เอไกหว่า (Project-A) ซึ่งดูแล้วทำให้คิดถึงขึ้นมาทันที




ส่วนบทบาทแต่ละคนนั้นก็ยังคงเหมือนเดิมเช่น สองคู่หู จางเหวินกับ รอย นั้นก็ยังเหมือนเดิม แต่ที่ทำให้ดูแปลกใหม่หน่อยก็จะเป้น บท ของ จาง หลิน น้องสาวคนสวยแต่โหดของจางเหวินซึ่งรับบท โดยนักแสดงสาวชาวสิงค์โปร์ ฟานน์ หว่องนั้นก็ เป็นครั้งแรกที่เล่นหนังโดยสนทนาเป็นอังกฤษ แล้วก็ยังเคยร้องเพลงด้วย แต่ฝีมือด้านการแสดงก็ถือได้ว่าเยี่ยมดีคร้บ



ส่วนผู้ร้ายนั้นผมว่าลงตัวดีนะครับ อย่าง ไอแดน กิลเลน ผู้รับบท ลอร์ด แร็ธโบน นั้นเล่นได้เลือดเย็น ดี แถมโหดแบบผู้ดีเก่า55+ ส่วนหวู่ชางที่รับบทโดย ดอนนี่เยน นั้นผมว่าโดนท่านลอร์ดขโมยซีนไปหน่อยนะครับแต่ก็มาเด่นได้ในฉากสุดท้ายที่โชว์หมัดมวยได้น่ากลัวดีครับ สมกับเป็นนักแสดง ผู้กำกับคิวบู๊จริงๆครับ
ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ ^_^

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2552

Shanghai Noon : ตะวันออก พบ ตะวันตก



สวัสดีครับเพื่อนๆๆ พอดีช่วงนี้ปิดเทอมก็เลยหาหนังเก่าๆมาดูก็มาเจอเรื่อง Shanghai Knights ที่เฉินหลงกับ โอเวน วิลสัน แสดงคู่กัน
ก็เลยกะจะเอามาเล่าให้ฟัง แต่ไหนๆๆ จะเล่าทั้งทีก็อยากจะเล่าที่มาก่อนนะครับ ก็แหม.... ทุกเรื่องราวย่อมมีจุดเริ่มต้นนี่ครับ ดังนั้นผมก็จะเอาภาคแรก มาก่อนเลยละกัน ซึ่งมีชื่อว่า Shanghai Noon ครับ


เรื่องราวของหนังก็จะเริ่มต้นที่องค์หญิง เพ่ย เพ่ย (ลิวซี่ ลิว)ได้ตัดสินใจที่จะหนีออกจากประเทศจีนไปยังอเมริกาแต่ก็โดนลักพาตัวไป ทำให้ราชสำนักมีราชโองการให้จัดทีมองค์รักษ์ฝีมือดีทังหมด 3 คน เป็นผู้นำทองไปไถ่ตัวองค์หญิงคืน แล้วคราวนี้ก็เปิดตัวพระเอกซะทีเค้าเป็นองค์รักษ์เหมือนกันมีชื่อว่า จางเหวิน (เฉินหลง) ซึ่งก็อยากไปทำงานชิ้นนี้ด้วยเหมือนกันแต่ไม่ได้รับคัดเลือก ทำให้เขาขอเป็นคนขนของให้กับลุงของเขาซึ่งก็จะไปยังอเมริกาด้วยในฐานะล่าม

ขณะที่นั่งรถไฟไปยังเมืองคาร์สัน ซิตี้ซึ่งอยู่ที่รัฐเนวาด้าในอเมริกานั้นก็เปิดตัวละครอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นโจรครับ ชื่อ รอย โอ แบนนอน(โอเวน วิลสัน) รอยนั้นก็มีกลุ่มกองโจรฝีมือดี (หรือเปล่า..) แต่เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องผลประโยชน์ที่ได้มาเท่าไหร่นักแต่ชอบที่จะคุยโวเกี่ยวกับตัวเขามากกว่า ซึ่งครั้งนี้รอยและพวกได้รอรถไฟขบวนนี้เพื่อที่จะปล้นกันตามปกติ แต่ว่าครั้งนี้รอยกลับทำพลาดโดยฝีมือลูกน้องของเขาเอง และยังถูกลูกน้องตัวเองทรยศอีก (อย่างที่เขาว่า ไม่สัจจะ ในหมู่โจร 55+) และยังมีคนโดนลูกหลงด้วยไม่ใช่ใครหรอกลุงของจางเหวินนั่นเอง

จางเหวินรู้สึกเสียใจมากที่ต้องเสียลุงเลยตัดสินใจที่จะจัดการกับรอยแต่เมื่อเจอรอยในสภาพที่ถูกฝังให้โผล่มาแต่หัว จางเหวินก็เลยช่วย รอยให้ออกจากหลุมโดยส่งแค่ตะเกียบคู่หนึ่งพร้อมกับบอกว่าให้ขุดไปเรื่อยๆ (นี่นะหรือช่วย) จากนั้นก็เดินทางเพื่อหาองค์หญิงต่อไปแต่แล้วเขาก็ต้องไปเจอเรื่องราวสารพัดเช่นปะทะกับคนเผ่าอินเดียนแดงเผ่าหนึ่งจนได้รับการสรรเสริญพร้อมกับได้ภรรยาสาวสวย+ม้าอีกหนึ่งตัว (ค้มจริงๆ เพราะคุณเธอก็ดีต่อสามีจริงๆๆเวลามีเหตุคราวซวยก็เธอนี่แหละที่มาช่วยทุกครั้งไป) หลังจากเดินทางไปถึงเมืองหนึ่งจางก็ได้พบกับรอยอีกครั้ง และมีการตะลุมบอนในบาร์จนผลจบลงที่คุก

เมื่อ2หนุ่มคนละชาติมาเจอกันก็ได้คุยกันโดยที่จางเหวินได้เล่าให้รอยฟังถึงเหตุผลที่มายังอเมริกาว่ามาเพื่อช่วยองค์หญิงด้วยการนำทองไปไถ่คืนซึ่งรอยก็เมื่อได้ฟังก็ยินดีที่จะช่วยเหลือจางเหวินในการแหกคุก
และสานต่อภารกิจนี้ให้สำเร็จซึ่งต้องผ่านสารพัดความซวยต่างๆๆจนสามารถเข้าไปช่วยองค์หญิงจากการถูกลักพาตัวมาโดย โหล่ว ฟง (โรเจอร์ หยวน) ได้สำเร็จ ขณะที่รอยต้องเปิดศึกดวลปืนกับนายอำเภอ นามว่า แวน นาย คลีฟ แม้ว่าภารกิจครั้งนี้จะต้องเจอความขัดแย้งบ้างแต่ สิ่งที่ทั้งสองได้รับคือ ความเป็นเพื่อน
นั้นไม่มีอะไรมาขวางกั้นได้
ผมว่าเรื่องนี้นอกจาก ฮา และ มันส์ตามแบบฉบับเฉินหลงแล้ว ยังได้ข้อคิดต่างๆที่ดีอีกด้วย ส่วนด้านการแสดงของแต่ละคนนั้นก็จัดได้ว่าเยี่ยมมากสำหรับผม ไม่ว่าจะเป็น เฉินหลงที่เล่นเป็นองค์รักษ์ผู้ที่จงรักภักดีต่อราชสำนัก โอเวน วิลสันผู้รับบท รอย โจรจอมกะล่อน ที่มีไหวพริบ สูงแต่กลายมาเป็นฮีโร่ซะงั้น แต่ที่ชอบสุดน่าจะเป็นลูซี่ ลิว ผู้รับบทเป็นองค์หญิง นั้นสามารถแสดงได้น่าสงสารมากเพราะ ด้วยที่หวังว่าจะหนีมาอยู่อเมริกาเพื่อหลีกเลี่ยงวัฒนธรรมเดิม ตามความคิดของคนสมัยใหม่แต่ก็มาโดนลักพาตัวซะงั้น แต่ก็นับถือเธอที่มีความเด็ดเดี่ยว และมีความเชื่อมั่นสูง ไม่ยอมแพ้ต่อความโหดร้าย ผมว่าเลือกคนแสดงได้ถูกคนจริงๆๆ
แล้วตัวร้ายละ จะไม่พูดถึงได้ไง อย่างงี้หนังก็ขาดรสชาติสิ ตัวร้ายผมชอบ โรเจอร์ หยวนผู้รับบทอาฟง องครักษ์ผุ้ทรยศซึ่งดูโหดเหี้ยม และ เลือดเย็น ดี แถมการต่อสู้นั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่าเฉินหลงเลย ส่วนอีกคนก้ คือ แซนเดอรื เบอร์กลีย์ ผู้รับบทนายอำเภอที่จองเวรรอย ไม่เลิกนั้น ก็ดูโหดไปอีกแบบหนึ่ง
งั้นผมจบแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวเอาภาค2 มาเล่าต่อ สวัสดีคร้าบ

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2552

Take-00


สวัสดีครับ พอดีเปิดบล็อกครั้งแรกก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ เนื่อหาก็ เป็นแนะนำ รวบรวมหนังแอ็กชั่นทุกประเทศ ทั้งเก่า-และใหม่ครับ ^^ มีข้อเสนอแนะ แนะนำ หนัง อยากคุยเรื่องหนัง(หนังแอ็กชั่น)หรือติชม ก็ ยินดีเสมอครับ